สร้างการรับรู้แบรนด์ด้วยการออกแบบ ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้ ให้สามารถตอบโจทย์องค์กร

ปัจจุบันนี้ต้องยอมรับว่าองค์กรส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการสร้างภาพลักษณ์เป็นอย่างมาก ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่องค์กรกับฝ่ายการตลาดให้ความสำคัญกับการสร้างการรับรู้แบรนด์สินค้า ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือร้านค้าเริ่มให้ความสนใจกับการสกรีนโลโก้ที่ผ้า เพื่อแสดงและบ่งบอกเพื่อจดจำ ดังนั้นมีหลายที่ใช้สกรีนโลโก้ในการออกแบบยูนิฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเสื้อทำงาน หรือ ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้ โดยเน้นการออกแบบที่มีความเรียบง่ายและลักษณะเฉพาะ และที่สำคัญต้องใส่โลโก้ขององค์กรเข้าไปด้วย

ผ้ากันเปื้อนได้รับความนิยมในการสกรีนโลโก้เป็นอย่างมาก เนื่องจากสะดวก สวยงาม และดูเป็นระเบียบ ที่สำคัญยังช่วงป้องกันสิ่งสกปรกที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย จึงไม่แปลกใจที่ปัจจุบันนี้องค์กร หรือร้านค้านิยมให้พนักงานใส่ผ้ากันเปื้อนกันมาก วัสดุที่ได้รับความนิยมก็คือ “ผ้า” เนื่องจากมีความทนทานและทำความสะอาดได้ง่าย แถมมีสีสันให้เลือกหลากหลาย ซึ่งผ้าบางชนิดก็สามารถกันน้ำได้ดีอีกด้วย

การออกแบบ ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้ ที่ได้รับความนิยมนั้นมี 3 ประเภทหลักๆ ดังนี้

  1. ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้แบบครึ่งตัว สำหรับผ้ากันเปื้อนที่มีขนาดครึ่งตัวนั้น จะใส่คลุมลงไปตั้งแต่บริเวณเอว เมื่อมองแล้วมีลักษณะคล้ายๆ กระโปรง ซึ่งแบบครึ่งตัวนี้จุดประสงค์ให้ผู้สวมใส่ ใส่สะดวกและสบาย แต่อาจจะไม่ครอบคลุมความสกปรก อาจจะเหมาะกับร้านประเภท ร้านกาแฟ ร้านเบเกอร์รี่ เป็นต้น

 

  1. ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้แบบเต็มตัว เป็นประเภทที่ถูกใช้กันโดยทั่วไป มีลักษณะปกคลุมตั้งแต่ต้นคอ ลำตัว ลงไปถึงหัวเข่า บางแบบก็จะมีขนาดเลยเข่าลงไปอีก สำหรับการออกแบบผ้ากันเปื้อนแบบเต็มตัวนั้น ส่วนใหญ่จะออกแบบสายคล้องอยู่ 2 แบบ คือ แบบคล้องคอ และแบบคล้องไหล่ สำหรับแบบคล้องคอนั้นข้อดีคือสามารถสวมใส่ได้ง่าย แต่บางครั้งอาจจะเคลื่อนไหวไม่สะดวกและบางคนที่สวมใส่อาจจะเกิดอาการปวดต้นคอก็เป็นได้ แต่แบบคล้องไหล่นั้นข้อดีคือสวมใส่สะดวกแต่ข้อเสียคืออาจจะสวมใส่ยากสักหน่อย

 

  1. ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้แบบกันน้ำ ปัจจุบันนี้โรงงานผลิตส่วนใหญ่มักออกแบบและผลิตสินค้าจาก PVC เพราะสินค้าประเภทนี้มีคุณสมบัติช่วนในการกันน้ำได้ดี โรงงานอุตสาหกรรมหรือร้านขายอาหารทะเลส่วนใหญ่นิยมใช้ เพราะมีโอกาสที่จะเปียกน้ำได้ง่าย

หลายคนอาจจะมีคำถามที่สงสัยกัน ว่าผ้ากันเปื้อนนั้นมีที่มาอย่างไร สำหรับผ้ากันเปื้อนนั้น เมื่อประมาณศตวรรษที่ 15-16 ที่ประเทศอังกฤษยังไม่มีใบมีดโกนหนวดเกิดขึ้น ดังนั้นผู้ชายส่วนใหญ่จึงมีหนวดเคราที่ยาวรุงรัง ซึ่งบางครั้งหนวดเครานี่หละที่เป็นอุปสรรสำคัญในการรับประทานอาหาร เนื่องจากสมัยก่อนต้องใช้มือในการทานอาหาร ช้อนส้อมยังไม่มีการผลิตนะจ๊ะ ดังนั้นเมื่อหนวดเครายาวๆ เลอะเทอะไปด้วยคราบอาหาร ก็ไม่แปลกใจเลยที่เสื้อผ้าที่พวกเค้าสวมใส่ก็จะเลอะตามไปด้วย ปัญหาหนักใจนี่ก็ต้องตกไปที่คุณแม่บ้าน ว่าจะหาวิธีอย่างไรดีที่จะป้องกันปัญหาเหล่านี้ เริ่มด้วยการนำผ้ามาผูกไว้ที่คอของผู้เป็นสามีเพื่อทดลองว่าจะช่วยสามารถป้องกันได้หรือไม่ ปรากฏว่าได้ผลเกินคาด วิธีนี้จึงถูกบอกต่ออย่างแพร่หลายในหมู่แม่บ้าน จนคำว่า “ผ้ากันเปื้อน” นิยมนำมาใช้ถึงปัจจุบัน

 

ผ้ากันเปื้อนมีประโยชน์อย่างไร หลายคนอาจมีปัญหากับคราบเลอะเทอะที่เสื้อหลังจากการทานอาหาร มีโอกาสที่คราบอาหารนั้นจะติดฝังแน่นลงที่เสื้อ จนซักออกยาก นอกจากที่ผ้านกันเปื้อนจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับร้านแล้ว ยังช่วยให้ร้านดูสะอาด เป็นระเบียบ สำหรับร้านค้าต่างๆ สามารถออกแบบ ผ้ากันเปื้อนสกรีนโลโก้ ได้ตามสไตล์ที่ต้องการ ตามคอนเซปต์ของร้าน อาจจะดีไซน์ออกมาเก๋ๆ เหมาะกับภาพลักษณ์ร้านค้า และดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้ การเลือกผลิตผ้ากันเปื้อนก็มีส่วนสำคัญ ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะสมกับประเภทของการใช้งาน เช่น เลือกผ้าที่กันน้ำ หรือระบายอากาศได้ดี เป็นต้น

 

การเลือกวัสดุที่มีความทนทานก็เป็นสิ่งสำคัญ ไม่ฉีกขาดง่าย โดยปกติวัสดุที่ทนทานและได้รับความนิยม ก็คงจะหนีไม่พ้น ผ้ายีนส์ ผ้าดิบ ผ้าคอมทวิว หนัง PU และอื่นๆ อีกมากมาย การออกแบบผ้ากันเปื้อนแบบผู้เชือกด้านหลัง เพื่อช่วยให้ลำตัวกระชับเมื่อสวมใส่ ไม่รบกวนการทำงาน ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยที่ปัจจุบันผ้ากันเปื้อนได้รับความนิยมเป็นอย่างมากค่ะ